ประกาศรับสมัครงานหลายวันแล้ว แต่ไม่มีใครมาสมัครทำงานด้วยเลย

เมื่อโรงเรียนประกาศรับสมัครงาน และรอเกิน 2 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ไม่มีใครมาสมัครงานในตำแหน่งที่ประกาศรับนั้นเลย เป็นเพราะอะไร  โรงเรียนควรทำอย่างไรดี โรงเรียน/สถาบัน/บริษัท อาจต้องพิจารณาดังนี้

1. ไม่ระบุเงินเดือนให้ชัดเจน
ข้อมูลตำแหน่งงานที่ประกาศรับ ต้องชัดเจน ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ การระบุให้ชัดเจนไปเลยว่า ตำแหน่งนี้ โรงเรียนพร้อมให้เงินเดือนเท่าไหร่ จะกี่หมื่นกี่พันก็ระบุไปเลย จะดึงดูดคนทำงานได้ง่ายและคนหางานตัดสินใจได้ง่ายกว่าการประกาศเงินเดือนว่า “ตามตกลง/ตามวุฒิการศึกษา” บางทีคนหางานก็อาจมองข้ามประกาศนี้ไปเลยก็ได้ เพราะเขารู้สึกว่า ไม่แน่นอน

2. ไม่มีรายละเอียดงานมากเพียงพอ/Job Description 
มีประกาศรับสมัครงานหลายประกาศ ไม่บอกรายละเอียดว่า ตำแหน่งงานนี้จะให้ทำอะไร  จุดนี้อาจทำให้คนหางานเกิดความลังเลใจได้ การปล่อยข้อมูลรายละเอียดงานโล่ง ๆ ไว้ คนหางานก็อาจจะคิดมาก อาจคิดเดาไปว่า โรงเรียนคงจะให้ทำหลายหน้าที่หลายงานจนหวั่นใจว่า ตัวเองอาจไม่มีความสามารถมากพอ ดังนั้น โรงเรียนควรเขียนบอกให้ชัดเจนว่า ตำแหน่งที่ประกาศรับสมัครนี้ เมื่อเข้ามาทำงานแล้ว จะต้องทำอะไรบ้าง ขอบเขตความรับผิดชอบของงานมีแค่ไหน

3. กำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงานที่ต้องการไว้สูงมากเกินไป
บัณฑิตจบใหม่ คนหางานหลาย ๆ คนไม่มีคุณสมบัติตามตำแหน่งที่ประกาศรับ จึงไม่กล้าสมัครงานด้วย เพราะคิดว่า สมัครไปโรงเรียนก็คงไม่รับพิจารณา

เรื่องคุณสมบัติคนงานนี้ โรงเรียนอาจต้องชั่งน้ำหนักเช่นกันว่า คุณสมบัติแบบไหนที่โรงเรียนพอรับได้ ไม่สูงเกินไป โดยพิจารณาจากประสบการณ์เดิมของโรงเรียนเอง ครูจบใหม่ ๆ ที่โรงเรียนรับเข้ามาทำงาน เขาสามารถทำงานได้เลยจริงไหม หรือว่า แท้จริงแล้ว ต้องจัดอบรมก่อนทำงานอยู่ดี ซึ่งส่วนมากมักเป็นกรณีหลัง เพราะคนหางานก็ยังใหม่ เพิ่งจบมาใหม่ใหม่ ๆ  คุณสมบัติบางด้านอาจยังด้อยอยู่ (แต่ก็สามารถพัฒนาเพิ่มพูนขึ้นได้ ถ้าเขาได้รับโอกาส) ยังขาดทักษะ และอาจไม่เข้าใจแนวโรงเรียนดีพอ กรณีแบบนี้ โรงเรียนอาจลดคุณสมบัติลงบ้างแล้ว แล้วอบรมพัฒนาเขาเหล่านั้นอีกที ทำแบบนี้โรงเรียนจะมีโอกาสได้คนมาทำงานที่โรงเรียนได้ง่ายขึ้น

4. ไม่บอกสวัสดิการ สิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือโอกาสก้าวหน้าต่าง ๆ ที่ผู้สมัครงานจะได้รับ
ข้อมูลตรงนี้ มีส่วนจูงใจคนหางานได้มากเช่นกัน โรงเรียนควรระบุให้ชัดไปเลยว่า เมื่อไปทำงานกับโรงเรียนแล้ว เขาจะได้อะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง (นอกเหนือจากเงินค่าจ้างรายเดือน) เช่น เงินสอนพิเศษ โบนัสประจำปี การได้สิทธิเข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ  ทุนการศึกษาต่อ การไปศึกษาอบรมต่างประเทศ เงินทุนช่วยเหลือพิเศษเมื่อคลอดบุตร หรือส่วนลดพิเศษเมื่อนำบุตรหลานมาเข้าเรียนที่โรงเรียน ฯลฯ

5. ไม่มีสัญญาจ้างงาน
เมื่อมีการตกลงรับคนเข้าทำงานแล้ว บางโรงเรียนไม่ได้ทำสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน จึงอาจเกิดปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างกันได้ เพราะความไม่ชัดเจนนั่นเอง ผลสุดท้าย เมื่อครูคนนั้นออกจากโรงเรียนไป ก็นำความรู้สึก/ความเข้าใจแบบนั้นไปพูดต่อ ๆ ไป ทำให้มีปัญหาต่อภาพลักษณ์โรงเรียน สิ่งนี้ก็อาจมีผลทำให้คนหางานรุ่นต่อ ๆ มา (ที่ทราบข้อมูลจากรุ่นพี่ ๆ หรือสื่อออนไลน์ต่าง ๆ) ทำให้ไม่อยากไปสมัครทำงานกับโรงเรียนนั้นอีก

สำหรับโรงเรียนที่มีมาตรฐานสูง ผู้บริหารจะไม่ละเลยเรื่องสัญญาจ้างงานระหว่างโรงเรียนกับคนหางาน คือจะต้องมีการทำสัญญาจ้างงานที่ชัดเจนไว้เสมอ ตัวอย่างสัญญาจ้างงานนั้น หากมีการเปิดเผยให้คนหางานได้ดูด้วยในวันสัมภาษณ์ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้คนหางานยิ่งขึ้นว่า โรงเรียนมีมาตรฐานที่ดี

ในกิจการสมัยใหม่ ไม่ว่าจะทำงานระยะสั้น-ยาวแค่ไหนก็ตาม สัญญาจ้างงานต้องมี ในสัญญาควรระบุชัดเจนในสิ่งเหล่านี้ เช่น ข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของโรงเรียนที่คนทำงานต้องยอมรับ, ว่าจ้างบุคคลนั้น ๆ ในตำแหน่งงานอะไร, มีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไรบ้าง, มีระยะเวลาทดลองงานนานเท่าไหร่, เข้า-ออกงานวันใดบ้าง, หากต้องทำงานนอกเวลา มีค่าตอบแทนไหมเท่าไหร่/ไม่มี, ระหว่างทดลองงานมีสิทธิหยุด/ลาได้กี่วัน, เกณฑ์การประเมินการทำงานว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านมีเกณฑ์อะไรบ้าง, เงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่จะได้รับ-เท่าไหร่, และถ้าหากโรงเรียนมีการหักเงินเป็นค่าประกันหรือค่าอะไรอื่น ๆ ก็จะมีระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจนว่า หักค่าอะไร หักกี่เปอร์เซ็นของเงินเดือน และจะคืนเงินดังกล่าวให้คนหางานเมื่อไหร่ เวลาใด ฯลฯ ข้อมูลจำเป็นเหล่านี้ ควรมีการบอกไว้อย่างครบถ้วน เพื่อความสบายใจและความเข้าใจร่วมกันของทั้งโรงเรียนและคนหางาน

6. บรรยากาศ/สภาพแวดล้อมของโรงเรียน

บรรยากาศและสภาพแวดล้อมของโรงเรียนก็มีส่วนกับการตัดสินใจไปทำงานของคนหางาน เรื่องสภาพแวดล้อม อาคาร สถานที่ บางทีก็ยากจะให้ถูกใจคนหางานได้ แต่สำหรับบรรยากาศภายในโรงเรียนแล้ว คณะผู้บริหาร เพื่อนครู และบุคลากรของโรงเรียนสามารถสร้างขึ้นร่วมกันได้

บรรยากาศในโรงเรียนจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ผู้บริหารนั่นเองเอาใจใส่มากน้อยเพียงใด ส่วนเรื่องความเล็ก แคบ หรือใหญ่โตของสถานที่ บางทีก็อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญนัก เพราะโรงเรียนเล็ก ๆ สถานที่ธรรมดา ๆ แต่บรรยากาศน่ารัก จริงใจ เป็นกันเอง มีน้ำใจ คนหางานมากมายก็ชอบจะไปสมัครทำงานด้วย เชื่อว่า เรื่องแบบนี้ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารโรงเรียนตระหนักดีอยู่แล้วว่า ทำอย่างไร โรงเรียนจึงจะมีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศน่าสนใจ และดึงดูดให้คนมาทำงานกับโรงเรียนและอยู่ทำงานกับโรงเรียนไปได้นาน ๆ