ประวัติคนหางาน
ตำแหน่งงานที่ต้องการ :
ครูการโรงแรม  
ประเภทของงาน :
งานประจำ  
เงินเดือนที่ต้องการ :
18,000  
สถานที่ต้องการทำงาน
ภาค :
xxxx  
จังหวัด :
xxxx  
เขต/อำเภอ :
xxxx  
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ :
xxxx 
นามสกุล :
xxxx 
เพศ :
หญิง  
วัน/เดือน/ปีเกิด :
10-ธันวาคม-2537  
อายุ :
27  
สัญชาติ :
xxxx 
เชื้อชาติ :
xxxx 
ศาสนา :
xxxx  
ส่วนสูง :
xxxx 
น้ำหนัก :
xxxx 
ตำหนิ :
xxxx 
กรุ๊ปเลือด :
xxxx 
สถานที่เกิด :
xxxx 
โรคประจำตัว :
xxxx  
สถานะความเป็นอยู่ :
xxxx 
สถานะครอบครัว :
xxxx 
สถานะทางทหาร :
xxxx 
ที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อได้สะดวก
ที่อยู่ :
xxxx  
แขวง/ตำบล :
xxxx  
เขต/อำเภอ :
xxxx  
จังหวัด :
xxxx  
รหัสไปรษณีย์ :
xxxx 
เบอร์โทรศัพท์บ้าน :
xxxx  
เบอร์มือถือ :
xxxx  
E-mail :
xxxx
ประวัติการศึกษา
ระดับการศึกษาสูงสุด :
ปริญญาตรี  
ชื่อสถาบันสูงสุด :
xxxx 
สาขา :
การโรงแรม-ท่องเที่ยว 
วิชาเอก :
การโรงแรม 
เกรดเฉลี่ย :
3.48 
ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู
ไม่มี  
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
มี  
ระดับ ชื่อสถาบัน จังหวัด ประเทศ ปีการศึกษา วุฒิที่ได้รับ
xxx  xxx  xxx  xxx  xxx  xxx 
xxx  xxx  xxx  xxx  xxx  xxx 
ความสามารถทางด้านภาษา
ภาษา
พูด
เข้าใจ
อ่าน
เขียน
ไทย
ดีมาก 
ดี 
ดี 
ดี  
อังกฤษ
พอใช้  
ดี  
ดีมาก  
ดี  
ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ( IT )
โปรแกรม
ความสามารถ ( ใช้งานได้ )
1. โปรแกรมสำนักงาน
(Word , Excel , Powerpoint , Access)
ดี  
2. โปรแกรม Multimedia
(Cai , Flash , Autoware , etc. )
พอใช้  
3. โปรแกรมตัดต่อ VDO , sound , Effect
( Premier , Ulead , Sound Forge , etc. )
ดี  
4. โปรแกรมสร้างกราฟิก ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
( photoshop , Illustrator , etc. )
ดี  
5. โปรแกรมสร้างเว็บไซต์
( Dreamweawer , Wordpress , CMS ต่างๆ หรืออื่นๆ )
ไม่ได้เลย  
6. การพัฒนาซอฟต์แวร์
6.1 Window based Application
ไม่ได้เลย  
6.2 Web based Application
ไม่ได้เลย  
6.3 Mobile Application
ไม่ได้เลย  
7. ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ชำนาญ
 
8. Database ที่ชำนาญ
 
9. ระบบเครือข่าย ( ติดตั้ง-ซ่อมบำรุง )
9.1 Window
ไม่ได้เลย  
9.2 Linux / Unix
ไม่ได้เลย  
10. การซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์
(เครื่องคอมพิวเตอร์ , ปรินท์เตอร์ , อื่นๆ )
พอใช้  
ความสามารถทางด้านดนตรี
เครื่องดนตรี
ความสามารถ ( ใช้งานได้ )
1. เครื่องดนตรีไทย
(ระนาด , ขลุ่ย , ซอ , พิณ ฯลฯ )
พอใช้  
2. เครื่องดนตรีสากล
( เปียโน , คีย์บอร์ด , กีตาร์ ฯลฯ )
พอใช้  
ความสามารถทางด้านอื่นๆ
ความสามารถ :
 
เกียรติประวัติ - รางวัลต่างๆ
รางวัล
จากสถาบัน
ปี พ.ศ.ที่ได้รับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ประวัติการทำงาน
ประสบการณ์การทำงาน :
xxxx ปี 
1 )
ชื่อสถานประกอบการ 1 :
xxxx  
ระยะเวลาเริ่มทำวันแรก :
-  
-จนถึงวันสุดท้าย :
-  
ตำแหน่ง 1 :
 
เงินเดือนสุดท้าย 1 :
N/A  
สาเหตุที่ลาออก 1 :
 
 
2 )
ชื่อสถานประกอบการ 2 :
xxxx  
ระยะเวลาเริ่มทำวันแรก :
-  
-จนถึงวันสุดท้าย :
-  
ตำแหน่ง 2 :
 
เงินเดือนสุดท้าย 2 :
N/A  
สาเหตุที่ลาออก 2 :
 
 
การฝึกอบรม
หัวข้อ
สถาบัน
ระยะเวลา
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
xxxx 
บุคคลผู้รับรอง ( อ้างอิงได้ )
ลำดับ
ชื่อ
นามสกุล
ความสัมพันธ์
สถานที่ติดต่อ
เบอร์โทรศัพท์
1
xxxx  
xxxx  
xxxx  
xxxx  
xxxx  
2
xxxx  
xxxx  
xxxx  
xxxx  
xxxx  
3
xxxx  
xxxx  
xxxx  
xxxx  
xxxx  
แสดงความรู้ ความเข้าใจ และทัศนะของท่าน
1)ทัศนคติต่อการศึกษาไทย :
ปัญหาการศึกษาไทยที่ผ่านยังคงพบปัญหาอยู่หลากหลายประการแต่ก็ได้รับการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขให้ทันตามยุคตามสมัยมากขึ้น โดยปัญหาการศึกษาไทยส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาระบบหรือนโยบายต่างๆที่กระทรวงได้ออกคำสั่งหรือออกข้อกำหนดแล้วให้ผู้สอนหรือผู้เรียนต้องปฏิบัติตาม ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรผู้สอน (ครู/อาจารย์) ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาอุปกรณ์การเรียน / สื่อเทคโนโนยีต่างๆ (Internet , Computer , Tablet) ซึ่งปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างมากต่อผู้สอนและผู้เรียน การศึกษาไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยแต่ที่ยังคงเป็นปัญหาเดิม คือ จะพบความเหลื่อมล้ำสูงมากโดยในยุคปัจจุบันซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆมาประกอบในการเรียนการสอน ซึ่งพบว่าบางครอบครัวอาจยังไม่มีความพร้อมทางด้านการจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ ทำให้เป็นการพลาดโอกาสหรือถูกปิดกั้นจากการเรียนการสอนโดยใช้สื่อออนไลน์ ซึ่งยังพบอีกว่าการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในยุคปัจจุบันนี้ (การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19) ไม่เหมาะสมกับเด็กเล็ก (อนุบาล) เนื่องจากเด็กวัยนี้ยังมีสมาธิไม่มากพอต่อการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ ซึ่งเด็กวัยนี้ต้องการการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การวิ่ง กระโดด ปั้นดิน เสริมสร้างประสบการณ์ต่างๆ นอกจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่พบได้มากในระบบการศึกษาไทยแล้วนั้น ยังพบอีกว่าบุคลากรครูผู้สอนยังคงขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลซึ่งทำให้การจัดการเรียนการสอนนั้นไม่มีคุณภาพมากพอเนื่องจากครูผู้สอนมีไม่เพียงพอต่อผู้เรียน เช่น บางพื้นที่ครู 1 ท่าน ต้องสอน 2-3 วิชา หรือต้องจัดการเรียนการสอนหลายระดับชั้นและนอกจากนี้ที่สำคัญ คือ การกำหนดนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ยังคงไม่ครอบคลุมถึงปัญหาและไม่สามารถแก้ไขปัญหาของการศึกษาไทยได้ซึ่งนโยบายบางอย่างนั้นเป็นการเพิ่มหน้าที่ของผู้สอนให้มากขึ้นทำให้ผู้สอนมีภาระงานเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อการจัดเตรียมการเรียนการสอน ปัญหาเหล่านี้มีมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขได้แต่หากเราพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมต่อสถานการณ์หรือเหมาะสมต่อผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหรือเข้าถึงในช่วงเวลาที่ผู้เรียนสะดวกหรือมีความพร้อมต่อการเรียนโดยที่ไม่ถูกบังคับ ไม่นำคะแนน หรือผลการศึกษามาเป็นตัวชี้วัดหรือป็นตัวกำหนดทางศักยภาพของผู้เรียนมากเกินไป ทั้งนี้เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาเด็กไทยส่วนมากให้ความสนใจและให้ความสำคัญต่อการเรียนพิเศษนอกห้องเรียนเป็นอย่างมากซึ่งเป็นการแข่งขันทางการศึกษาที่ค่อนข้างสูงและยังเป็นการแสดงถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งถ้าหากการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนหรือในโรงเรียนมีความพร้อม มีคุณภาพ การเรียนในชั้นเรียนก็คงเพียงพอต่อผู้เรียนและไม่สร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากนัก โดยบุคลากรครูผู้สอนนั้นสมควรได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ความสามารถต่อการจัดการเรียนการสอน โดยทรัพยากรบุคลากรครูนั้นนอกจากจะต้องมีศักยภาพแล้วยังคงต้องเพิ่มอัตราทรัพยากรครูผู้สอนให้เพียงพอต่อผู้เรียนให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อทั้งผู้สอนและผู้เรียนด้วยโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล หากบุคลากรครูผู้สอนมีไม่เพียงพออาจทำให้ศักยภาพการจัดการเรียนการสอนลดลงส่งผลกระทบต่อผู้เรียนและอาจจะส่งผลทำให้นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต่อไป ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงศึกษาธิการควรออกนโยบายที่เร่งด่วนและสามารถแก้ไขได้ในระยะยาว เช่น การลดภาระงาน / หน้าที่ครูผู้สอน โดยครูมีหน้าที่จัดการเรียนการสอนอย่างเดียว การเพิ่มสาขาวิชาในวิชาชีพครูให้หลากหลายแขนง การจัดหาสวัสดิการให้กับครูผู้สอนทั้งครูเอกชน ครูอัตราจ้าง เพื่อเป็นแรงจูงใจในสาขาอาชีพครู ระบบการศึกษาไทยมีปัญหามาอย่างยาวนานหากจะแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาศักยภาพควรทำไปพร้อมๆกันเพื่อให้ระบบการศึกษาไทยมีความก้าวหน้า ไม่ถดถอย สร้างผู้ที่มีศักยภาพทางความคิด มีความสามารถในด้านต่างๆ มีคุณธรรมจริยธรรมเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา แก้ไข ปัญหาต่างๆขององค์กรไปจนถึงระดับชาติได้  
2)ทัศนคติของท่านต่อสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน :
ปัญหาที่สำคัญของสังคมไทย 1. ปัญหาความยากจน มีสาเหตุมาจาก - การเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว - การขาดการศึกษา ทำให้ต้องประกอบอาชีพที่มีรายได้ต่ำ - ขาดความชำนาญหรือทักษะในการประกอบอาชีพ จึงหางานทำยาก - ครอบครัวแตกแยก เช่น หัวหน้าครอบครัวเล่นการพนัน ดื่มสุรา ทำให้เกิดความยากจน - ได้รับบาดเจ็บหรือทุพพลภาพจากเครื่องจักรในโรงงาน ทำให้ทำงานไม่ได้ หรือได้น้อยลง - ลักษณะอาชีพมีรายได้สม่ำเสมอ จะเห็นจากพวกเกษตรกร และกรรมกรรับจ้าง - ภัยจากธรรมชาติ หรือโรคระบาด เห็นได้ชัดเจนจากการเกษตร ทำให้ผลผลิตเสียหาย ขายไม่ได้ราคา - การมีบุตรมากเกินไป รายได้ไม่พอกับรายจ่าย - มีนิสัยเฉื่อยชาและเกียจคร้าน เช่น ไม่กระตือรือร้นที่จะพัฒนาอาชีพของตน ไม่ชอบทำงาน เป็นต้น  
3)กัลยาณมิตรและโยนิโสมนสิการกับการศึกษา :
กัลยาณมิตร คือ เพื่อนที่ดี เป็นหลักธรรมที่ต้องการให้มนุษย์ได้รู้และปฏิบัติในการเป็นเพื่อนที่ดี เป็นคุณสมบัติของมิตรแท้ (มีไมตรีต่อกัน) เมื่อได้คบกันหรือเข้าหากันแล้วจะก่อให้เกิดความดีงาม และความเจริญ กัลยาณมิตรเป็นฐานที่ทำให้มิตรได้รู้ความจริง (truth) หลักการ กฎเกณฑ์ ทฤษฎี หรือข้อตกลงอื่น ๆ ที่สังคมกำหนด หรือสังคมยอมรับ ซึ่งเป็นฐานในการโยงความสัมพันธ์ของเงื่อนไขจำเป็น (เหตุ) กับสิ่งที่เกิดตามมา (ผล) เนื่องจากการพิสูจน์ คือ การนำหรืออ้างหลักฐานประจักษ์มายืนยันหรือปฏิเสธ การพิสูจน์จึงต้องดูที่เงื่อนไขจำเป็นของสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น โยนิโสมนสิการ เป็นกระบวนการพิจารณาความสอดคล้องและความสมเหตุสมผลตามความเป็นจริง ตามที่มาศัพท์หรือศัพทมูล “โยนิโสมนสิการ” นั้นประกอบด้วยคำสองคำ คือ “โยนิโส” มาจาก “โยนิ” แปลว่า เหตุ ต้นเค้า แหล่งเกิด ปัญญา อุบาย วิธี ทาง “มนสิการ” หมายถึง การทำในใจ การคิด คำนึง นึกถึง ใส่ใจ พิจารณา ดังนั้น “โยนิโสมนสิการ” จึงหมายถึง การทำในใจให้แยบคาย หรือ การพิจารณาโดยแยบคาย กล่าวคือ ความเป็นผู้ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธีถูกระบบ พิจารณา ไตร่ตรองสาวไปจนถึงสาเหตุหรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด คือคิดถึงรากถึงโคนนั่นเอง แล้วประมวลความคิดรอบด้านจนกระทั่งสรุปออกมาได้ว่าสิ่งนั้นควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี เป็นวิถีทางแห่งปัญญา เป็นธรรมสำหรับกลั่นกรองแยกแยะข้อมูลหรือแหล่งข่าวหรือที่เรียก “ปรโตโฆสะ” อีกชั้นหนึ่ง กับทั้งเป็นบ่อเกิดแห่งความคิดชอบหรือ “สัมมาทิฐิ” ทำให้มีเหตุผล และไม่งมงาย ยนิโสมนสิการเป็นกระบวนการคิด เป็นวิธีการที่ให้บุคคลมีหลักการและวิธีการคิดที่ก่อให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้ในกระบวนการสอน ขอใช้ในความหมายง่าย ๆ ว่า โยนิโสมนสิการ คือ กระบวนการคิดหาเหตุ หรือกระบวนการพิจารณาหาเหตุ เหตุ คือ อะไร เหตุ คือ เงื่อนไขจำเป็นที่ทำให้เกิดสิ่งหนึ่งตามมา สิ่งที่ตามมาเรียกว่า ผล เหตุและผลมีความสัมพันธ์โยงถึงกัน ดังนั้น ถ้ารู้เหตุ ก็สามารถรู้ผลได้ หรือรู้ผลก็โยงไปหาเหตุได้ แต่ในการค้นหาเหตุได้ ต้องมีพื้นฐานความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ถ้ามีความรู้มาก ก็มีโอกาสตรึกตรองถึงความสัมพันธ์ของเหตุและผลได้ลึกและละเอียดมากตามไปด้วย ดังนั้น ก่อนการพิจารณาเหตุและผล จึงต้องมีความรู้ หลักการ กฎเกณฑ์ ที่ตรงกับความเป็นจริงเป็นเบื้องแรก ความรู้ที่เป็นพื้นฐานความรู้นั้นมาจากไหน คำตอบ คือ ความรู้เหล่านั้นมาจากการรับรู้จากภายนอก หรือ “ปรโตโฆษะ” หรือ สิ่งเร้า หรือ ประสบการณ์ หรือ จากการเรียนรู้ ซึ่งเริ่มต้นจากมีผู้แนะนำ ชี้ทาง ในสิ่งที่ถูก หรือ กัลยาณมิตร เป็นผู้ที่หวังดีที่จะให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ดี ด้วยเหตุที่คุณลักษณะของกัลยาณมิตรประกอบด้วย กัลยาณมิตรเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อให้ผู้เรียนมีความรู้ วิธีคิด และการปฏิบัติที่ถูก เป็นพื้นฐานของการเกิดสัมมาทิฏฐิ คือ หลักการ กฎเกณฑ์ ทฤษฎี กับสัมมาสังกับปะ คือ ความคิดรวบยอดที่ถูก หรือมโนทัศน์ มโนมติ (ปัจจุบันอาจใช้คำว่าความคิดใหญ่ “big ideas”) แล้วแต่จะเรียกตามข้อกำหนดของสำนักการศึกษา เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับหลักการ กฎเกณฑ์ และความคิดรวบยอดเหล่านี้จะนำไปใช้ในการตรึกตรองในกระบวนการคิดพิจารณาความสัมพันธ์ของเหตุและผลในโยนิโสมนสิการ